สาธารณสุข เผย “หญิงสาวตั้งครรภ์” เพิ่มขึ้นกว่าปีละ 17 %

 

กระทรวงสาธารณสุขเผยประเทศไทยมีปัญหาวิกฤตเกี่ยวกับหญิงตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นมากและในจำนวนเกินกว่าครึ่งหันไปพึ่งยาสอดไซโตเทคที่หาซื้อได้ตามอินเตอร์เน็ต โดยในขณะนี้มีการหารือเพื่อให้บริการคลินิกวัยรุ่นในโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ  เพิ่มการเข้าถึงและใช้บริการด้านสุขภาพและอนามัยเจริญพันธุ์ ที่ง่าย เร็ว ลับ อบอุ่นและปลอดภัย สานมือใกล้ชิดครูกับหมอ ร่วมแก้ไขปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ชี้สถิติรอบ 10 ปี มีวัยรุ่นอายุ 12-20 ปี ทั่วประเทศคลอดลูก 1.5 ล้านคน 
วันนี้ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประสงค์ นาวินศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ประดิษฐ์ จึงบริสุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขประจำเขตสุขภาพที่ 9 ซึ่งมี 4 จังหวัดคือนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ และคณะ ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลห้วยราช อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ เพื่อรับฟังการดำเนินงานจัดบริการสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์และคลินิกวัยรุ่น ตรวจเยี่ยมศูนย์เพื่อนใจทูบีนัมเบอร์วัน และโครงการพูดคุยในครอบครัว  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร


ศาสตราจารย์นายแพทย์ประสงค์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการหารือเพื่อเร่งแก้ไขป้องกันปัญหาวัยรุ่นไทยตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีผลกระทบทั้งต่อสังคม คุณภาพประชากร เศรษฐกิจ หรืออาจนำไปสู่การทำแท้ง  เสี่ยงต่อการเสียชีวิตของเยาวชนหญิง    สถานการณ์ในปี 2555 มีวัยรุ่นอายุ 10-19 ปี คลอดบุตรรวม 133,176 คน คิดเป็นร้อยละ 17 ของหญิงคลอดทั้งหมดที่มี  801,737 คน   แนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปี 2546 ซึ่งมีจำนวน 95,879 คน   ยอดรวม 10 ปี ตั้งแต่พ.ศ.2546-2555 มีวัยรุ่นกลุ่มนี้คลอดบุตรรวม 1 ล้านกว่าคน  และผลการวิจัยของศูนย์อนามัยที่ 8 จ.นครสวรรค์ ซึ่งศึกษาในแม่วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่อยู่ใน 14 จังหวัดและคลอดบุตรคนแรกไม่เกิน2 ปี จำนวน 2,900 ตัวอย่างในปี 2555 พบว่า ร้อยละ 68 เป็นนักเรียน นักศึกษา  การตั้งครรภ์ของวัยรุ่น 1 คน  ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจเฉลี่ย  119,998 – 324,928 บาท  กล่าวโดยรวมแล้วจะทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจประมาณปีละ 14,000 ล้านบาท จึงต้องเร่งป้องกันปัญหาโดยเร็ว  โดยหัวใจของความสำเร็จ จะต้องอาศัยความร่วมมือกันหลายหน่วยงาน